betflik 191
ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ฝุ่น PM 2.5 มีดีกรีพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทันใจ คงส่งผลให้เกิดอุปสรรคสุขภาพจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับระบบทางเดินขาดหายใจ ตา และผิวหนัง เราจะปรับตัวอย่างไรในเหตุการณ์แบบนี้ เพื่อที่จะคุ้มครองปกป้องอันตรายต่อสุขรูป วันนี้รามาแชนแนลจะมาแยกแยะปันแนวทางจัดการกับฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 กันค่ะ
PM 2.5 อันตรายเท่าไร
ฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยมีขนาดเล็กว่า 2.5 ไมครอน หรือขนาดโดยประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม โดยฝุ่น PM 2.5 นั้นเนื่องจากว่ามีขนาดเล็กมากนำมาซึ่งการทำให้หลุดรอดการกรองจากจมูกและสามารถผ่านลงไปถึงถุงลมปอดได้เมื่อเราหายใจเช้าไป นำมาซึ่งการอักเสบของระบบทางเดินหายใน และสามารถเข้าไปในระบบไหลเวียนเลือด และกระจายไปทั่วร่างกายได้ ยิ่งไปกว่านั้นนี้ในฝุ่น PM 2.5 พบได้มากสารก่อมะเร็ง และโลหะหนักที่เป็นอันตรายเกาะอยู่ด้วย
ระยะสั้น : นำมาซึ่งการทำให้ระคายเคืองตา ตาแดง คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ อาการภูมิแพ้และหอบหืดกำเริบ ส่งผลให้ปอดอักเสบ betflik 191 ติดเชื้อง่ายดายมากยิ่งขึ้น ผิวหนังอักเสบมีผื่นคันที่ผิวหนัง
ระยะยาว : หลักการทำงานของปอดแย่ลง เสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ โรคจิตใจ และ โรคหลอดเลือดความคิดในหัว เพิ่มความเสี่ยงการกำเนิดมะเร็งปอด ผิวหนังเหี่ยวย่นก่อนวัย
ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกทีแล้ว หลายๆ ๆ คนอาจจะมองหาสถานที่พักผ่อนหรือหาของขวัญปีใหม่ให้ตัวเราเอง หลังจากปฏิบัติงานหนักมาทั้งปี ส่งผลให้หลากหลาย ๆ ท่านไม่มีระหว่างชมแลสุขภาพตนเอง อาจส่งผลให้มีทรุดป่วยไปบ้าง ด้วยเหตุนั้นการตรวจสอบสุขรูปประจำปีก็เลยมีความหมายเพื่อจะอัพเดทสุขรูปตัวเราเองว่าเป็นอย่างไร เหตุเพราะการป้องกันง่ายดายกว่าการรักษาทีข้างหลัง วันนี้รามาแชนแนลมีบันทึกเรื่องราวสาระน่ารู้เกี่ยวกับการตรวจสอบสุขรูปของคนวัยปฏิบัติการว่าเพราะเหตุใดจึงควรสำรวจ ? ตรวจสอบอะไรบ้าง ? มาแบ่งแยกปันกัน
เพราะอะไรถึงจำเป็นที่จะต้องสำรวจสุขภาพประจำปี “สุขภาพดี” คือ ความรู้สึกที่อยากได้และจดจำเป็นพื้นฐานของคนเรา ที่มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกาย ดวงใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมรอบตัว หากมนุษย์ควรจะเป็นมีสุขรูปที่ดี นอกเหนือจากการออกกำลังกาย การนอนหลับให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่ดีนั้นยังอาจไม่พอเพียง จึงจำเป็นอย่างมากที่ควรต้องมีการตรวจสอบคัดกรองสุขรูปของตนเอง เนื่องมาจากโรคและความเจ็บปวดป่วยต่าง ๆ อาจจะเข้ามาโดยไม่ทราบตัว
แม้จะชมแลร่างกายอย่างดีเยี่ยม และด้วยต้นเหตุผลด้านอายุ ความเสื่อมของร่างกาย การรับรู้สิ่งคุกคามจากสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพันธุกรรมในครอบครัวแต่ละผู้คนที่ต่างกัน ย่อมส่งผลนำไปสู่โรคได้โดยไร้ข้อตกลงณเตือนหรือบอกพูดให้รู้ล่วงหน้า โดยยิ่งไปกว่านั้นบางผู้คนที่ดำเนินงานจนไร้ระหว่างและมิได้พิจารณาตัวเอง เมื่อรู้อีกรอบก็มีอาการมากจนอาจสายเกินความจำเป็น
นอกต่อจากนั้น คนวัยปฏิบัติงานที่ดำเนินงานในสถานคลุกเคล้ากันการยังต้องมีให้ได้จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบคัดกรองเหตุไม่คาดคิดจากการดำเนินงาน ยกตัวอย่างเช่น การรับรู้ฝุ่น สารเคมี โลหะหนักบางประเภท หรือการสัมผัสเสียงดัง โดยแนะนำให้ตรวจสอบตามเหตุบังเอิญรายแผนก หรือเจาะจงบุคคล นอกเหนือจากนี้จะเป็นการตรวจสอบเพื่อจะคัดกรองและปกป้องความเสี่ยงแล้ว ยังเป็นการตรวจเพื่อให้คล้องจองกับกฎที่ต้องปฏิบัติตามหมายกำหนดไว้อีกด้วย
“ในสถานะที่เป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และอาชีวเวชศาสตร์ จึงควรตอบว่าความนึกคิดดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว เป็นเรื่องที่น่าไม่ค่อยสบายใจ แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่สนเท่ห์ใจอะไร ด้วยเหตุว่าในขณะนี้ ผู้คนโดยส่วนใหญ่ย่อมคิดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องของตนเองและครอบครัวก่อนเรื่องสุขภาพอยู่ตลอด อย่างไรก็ตาม คนไม่ใช่น้อยทำเป็นนึกไม่ออกคิดไปว่า หากตัวของเราเองไม่แข็งแรงพอ หรือเริ่มมีปัญหาสุขรูปเมื่อไหร่ ก็จะมีผลต่อหลักการทำงานของตนเองโดยทันที แม้จะฝืนตัวของเราเองไปดำเนินการงาน แต่สมรรถนะการจัดการงานไม่เต็มที่ และอาจทำให้จำเป็นจะต้องหยุดงานในระยะยาวท้ายที่สุด”
กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าปีนี้ประเทศไทยฤชมหนาวจะมาไวกว่าทั่วไป ซึ่งสภาพภูมิอากาศที่เย็นลงอาจส่งผลให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ ได้ง่ายโดยยิ่งไปกว่านั้นโรคสุดฮิตอย่าง “โรคปอดบวม” ที่มีต้นเหตุจากการติดเชื้อในปอด อาจจะเป็นได้ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อรา แม้ว่าจะเป็นโรคซึ่งสามารถรักษาให้ขาดหายได้เหตุเพราะมีวัคซีนคุ้มครองปกป้องและยารักษา แต่ก็มีเหตุบังเอิญสำหรับการเสียชีวิตสูงด้วยเช่นกัน เดี๋ยวนี้องค์การอนามัยโลกได้เผยตัวเลขว่ามีเด็กปริมาณกว่า 800,000 คนต่อสิบสองเดือนเสียชีวิตด้วยโรคปอดบวม
อาการและกลุ่มเสี่ยงโรคปอดบวม
โรคปอดบวมสามารถสังเกตได้จากผู้ป่วยจะมีอาการ ไอ เจ็บปวดหน้าอก เหนื่อย หอบ ขาดหายใจทุกข์ยาก บางคนอาจจะมีลักษณะอาการไข้หนาวสั่นร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไป และเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบถือว่าเป็นหมู่เสี่ยงที่สำคัญและมีอัตราการเสียชีวิตสูง ยิ่งกว่านั้นนี้คนที่มีโรคประจำตัว หรือคนที่มีภูมิคุ้มค่ากันบกพร่อง ก็จัดอยู่ด้านในหมู่เสี่ยงด้วยเช่นกัน
โรคปอดบวมคือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจชนิดหนึ่งเหมือนกับไข้หวัดทั่วๆไป โดยสามารถติดต่อกันผ่านการไอ จาม น้ำมูกหรือรับรู้สารคัดหลั่งต่าง ๆ ของคนที่ติดเชื้อ โดยเหตุนี้เทคนิคปกป้องที่มีประสิทธิภาพที่สุดก็คือเริ่มต้นจากตัวผู้ป่วย โดยจำเป็นที่จะต้องบรรจุหน้ากากอนามัยถ้าจึงควรไปในที่สาธารณะหรือที่ ๆ ผู้คนแออัด เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อ ส่วนคนรอบข้างก็สามารถคุ้มครองตนเองได้ด้วยการล้างมือหลายครั้ง ๆ บรรจุหน้ากากอนามัยถ้าจำเป็นจะต้องอยู่ใกล้กับผู้ป่วย นอกจากนั้นในขณะนี้ยังมีวัคซีนปกป้องโรคปอดบวมที่สามารถเข้ารับการฉีดได้จากโรงพยาบาลชั้นหนึ่งทั่วประเทศ
ถ้าเป็นแล้วเสี่ยงเสียชีวิตหรือไม่ คนที่เสียชีวิตด้วยโรคปอดบวมนั้น สาต้นสายปลายเหตุส่วนมากมาจากปอดมีการอักเสบร้อนแรงและติดเชื้อในกระแสเลือด เนื่องด้วยได้รับการรักษาช้า รวมทั้งยังเป็นผู้ที่อยู่ด้านในหมู่เสี่ยงรากฐานตามที่กล่าวมา แต่แท้จริงแล้วโรคปอดบวมเป็นโรคซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าได้รับการรักษาที่ทันกลเม็ดเด็ดพราย ถ้าคนไหนที่มีอาการเข้าข่ายแพทย์จะทำการเอกซเรย์ปอดเพื่อจะหาความผิดธรรมดา โดยพินิจได้จากปอดจะมีฝ้าสีสว่างอย่างเห็นได้ชัด แต่ในผู้ป่วยระยะรากฐานจะมีความยากตรงที่การเอกซเรย์จะยังแสดงตัวฝ้าไม่ชัดมากนัก ด้วยเหตุฉะนี้ก็เลยจึงควรใช้วิธีติดตามอาการแล้วมาเอกซเรย์ในครั้งถัด

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น